ประวัติของเรา
บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้เริ่มต้นมาจากการจดทะเบียนก่อตั้งบริษัท โรงงานมาลีสามพราน จำกัด เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2521 ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารกระป๋องและผลไม้กระป๋อง ต่อมากิจการได้เจริญเติบโตขึ้น จึงได้ดำเนินการขยายกำลังการผลิต โดยสร้างโรงงานขึ้นบนพื้นที่ 30 ไร่ ที่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เมื่อปี 2524 และบริษัทฯ นำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2535 ต่อมาเมื่อเดือนเมษายน 2538 ได้มีการเปลี่ยนแปลงกลุ่มผู้ถือหุ้น โดยบริษัท เอบิโก้ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ได้เข้าซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 10 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 40 ของทุนจดทะเบียน 250 ล้านบาท ต่อมาบริษัทฯ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท มาลีสามพราน จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2541 และได้มีการเพิ่มทุนเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2541 เพื่อรองรับธุรกิจที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากเดิมทุนจดทะเบียนจำนวน 500 ล้านบาท เพิ่มเป็น 999.99 ล้านบาท โดยเป็นทุนชำระแล้วจำนวน 700 ล้านบาท
ต่อมาเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2556 ได้มีการเปลี่ยนแปลงทุนจดทะเบียนใหม่ เหลือ 182 ล้านบาท โดยเป็นทุนชำระแล้วจำนวน 140 ล้านบาท และในปี 2557 บริษัทได้ลดทุนจดทะเบียนเหลือ 140 ล้านบาท โดยชำระทั้งหมดเต็มจำนวน เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2559 บริษัทฯ ได้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อและตราของบริษัทฯ ใหม่เป็น “บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)” และเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2563 บริษัทได้ลดทุนจดทะเบียน โดยการตัดหุ้นทุนซื้อคืน จํานวน 4 ล้านหุ้น จากจํานวนหุ้นเดิม 280 ล้านหุ้นเป็นจำนวนหุ้นใหม่ 276 ล้านหุ้น คิดเป็นทุนจดดทะเบียนที่ชำระแล้ว 138 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2565 ที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้มีมติอนุมัติแผนการเพิ่มทุนจดทะเบียนและปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นและการจัดการใหม่ โดยการเพิ่มทุนจดทะเบียนจากเดิม 138 ล้านบาท เป็น 276 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 276 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เพื่อจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ ให้แก่ผู้ถือหุ้นของของบริษัท เอบิโก้ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (ABICO) ทุกรายที่ตอบรับคำเสนอซื้อภายใต้แผนการปรับโครงสร้างการถือหุ้นและการจัดการ ในอัตรา 1.12930899 : 1 หุ้น ABICO (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท) และได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเมื่อเดือนธันวาคม 2565 โดยมีผู้ถือหุ้นของ ABICO ที่ตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์จำนวน 743 ราย รวมเป็นจำนวน 238,846,657 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 97.73 ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของ ABICO ทำให้บริษัทฯมีทุนจดทะเบียน ณ ปัจจุบัน 276 ล้านบาท และมีทุนชำระแล้ว 272.87 ล้านบาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 545.73 ล้านหุ้น
บริษัทฯ ได้ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวกับผลไม้กระป๋องและผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้ยูเอชทีและพาสเจอร์ไรส์มาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผลไม้กระป๋องและน้ำผลไม้ยูเอชทีและพาสเจอร์ไรส์ภายใต้ตราสินค้า “มาลี” ผลิตและจัดจำหน่ายนมยูเอชทีและพาสเจอร์ไรส์ ตรา “ฟาร์มโชคชัย”รวมถึงผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มอื่นๆ นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินธุรกิจพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามสัญญาและรับจ้างผลิตให้กับลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยธุรกิจหลักสามารถจำแนกออกเป็น 4 กลุ่มดังนี้
1. ธุรกิจตราสินค้าของบริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 2 ธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจเครื่องดื่ม กลุ่มสินค้าหลักเป็น
– น้ำผลไม้และน้ำผักในกลุ่มพรีเมียมบรรจุกล่อง ในรูปแบบยูเอชทีและพาสเจอร์ไรส์ ภายใต้เครื่องหมายการค้าตรา“มาลี”
– น้ำผลไม้บรรจุกล่องรูปแบบ ยูเอชที ตรา “มาลี พรีเมียม” “มาลี ซิกเนเจอร์” “มาลี ทรอปิคอล” “มาลี ฟูดส์ เซอร์วิส”
-น้ำมะพร้าว บรรจุกล่องในรูปแบบยูเอชที และบรรจุขวดพร้อมดื่ม ตรา“มาลี โคโค่”
-น้ำผักผสมผลไม้และใยอาหารสูง ตรา “มาลีโฮมสไตล์”
-น้ำผักและผลไม้ 100% ผสมจุลินทรีย์ ฮีทคิล และ ใยอาหาร ตรา “มาลี พาวเวอร์แพลนท์”
-นมโคสดบรรจุในรูปแบบกล่องยูเอชทีและขวดพาสเจอร์ไรส์ ภายใต้เครื่องหมายการค้าตรา“ฟาร์มโชคชัย”
-น้ำนมข้าวโพด ตรา“มาลี ไอคอร์น”
-น้ำดื่มบรรจุกล่องยูเอชที ตรา“good water”
ธุรกิจแปรรูปผลไม้ ผลไม้ฤดูกาลบรรจุกระป๋อง (เงาะ เงาะสอดไส้สับปะรด ลิ้นจี่ ลำไย แห้ว ลูกตาล มะม่วง เป็นต้น) ข้าวโพดหวานบรรจุกระป๋อง สับปะรดบรรจุกระป๋อง และผลไม้รวมบรรจุกระป๋อง ภายใต้เครื่องหมายการค้าตรา“มาลี” ตรา“เฟิร์สช้อยส์” ตรา“ชาวสวน” และตรา“มาลี ฟูดส์ เซอร์วิส” ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ มีการจัดจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ
2. ธุรกิจพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามสัญญาและรับจ้างผลิต ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่สำคัญของบริษัท โดยลักษณะธุรกิจเป็นการให้บริการตั้งแต่ค้นคว้าวิจัยเพื่อพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ จัดหาวัตถุดิบต่างๆ รวมถึงบรรจุภัณฑ์ เพื่อผลิตสินค้าตามที่ลูกค้าต้องการ ซึ่งแบ่งการให้บริการรับจ้างผลิตเป็น 2 แบบ คือ
1. แบบ Full Service ซึ่งบริษัทฯ จะคิดค้นพัฒนาสูตร พร้อมทั้งจัดหาวัตถุดิบบรรจุภัณฑ์ และผลิตสินค้า ตามแผนที่ลูกค้าต้องการ ตลอดจนส่งมอบ ณ จุดที่ตกลงกันไว้
2. แบบ Partial Service ทางลูกค้าจะเป็นผู้จัดหาสูตรของผลิตภัณฑ์นั้นๆ พร้อมทั้งส่งวัตถุดิบทั้งหมดหรือบางส่วน และ/หรือบรรจุภัณฑ์ มาให้
กับทางบริษัทฯ เพื่อผลิตสินค้าตามแผนที่ทางลูกค้าต้องการ ตลอดจนส่งมอบ ณ จุดที่ตกลงกันไว้
3. ธุรกิจฟาร์มโคนม ธุรกิจการเกษตรและฟาร์มโคนมบริษัทฯ มีธุรกิจที่ดำเนินกิจการฟาร์มโคนม 1 แห่ง คือ บริษัท พีพีโอ ฟาร์ม จำกัด ที่ อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ เพื่อการผลิตและจำหน่ายน้ำนมที่ไม่ผ่านการแปรรูป หรือ น้ำนมดิบให้กับทางสหกรณ์ โดยมีแม่โค 2 สายพันธ์ุคือ พันธ์ุโฮลสไตน์ฟรีเชี่ยน และพันธุ์บราวน์สวิส รวมจำนวน 1,690 ตัว ซึ่งในจำนวนนี้เป็นแม่โคพร้อมให้นมกว่า 907 ตัว
4. ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บริษัทฯมีธุรกิจให้เช่าอาคารสำนักงาน เป็นอาคาร 5 ชั้น โดยเป็นการแบ่งพื้นที่ตามความต้องการของลูกค้าบนเนื้อที่ และผลประโยชน์ที่บริษัทได้รับอยู่ในรูปของรายได้จากการให้เช่าและบริการ โดยเรียกเก็บค่าเช่า และค่าบริการเป็นรายเดือน